แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

สรุปภาพรวมและกลยุทธ์การลงทุน ประจำวันที่ 6 มิถุนายน 2568

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก: ความท้าทายจากสงครามการค้า

คาดการณ์ GDP โลก 2568 (UN)

2.4%

เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงอย่างชัดเจนจาก 2.9% ในปี 2567 ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดทางการค้า

เปรียบเทียบการเติบโตเศรษฐกิจมหาอำนาจ (ปี 2568)

นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค โดยสหรัฐฯและจีนชะลอตัวลง ในขณะที่ยุโรปคาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อย


เศรษฐกิจไทย: รับมือความผันผวนและแสวงหาโอกาส

คาดการณ์ GDP ไทยปี 2568

1.5-2.0%

JSCCIB ปรับลดคาดการณ์ลง จากผลกระทบของการส่งออกที่คาดว่าจะหดตัว

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (BOT)

1.75%

ธปท. ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งสัญญาณพร้อมลดเพิ่มเติมหากจำเป็น

การส่งออก: เครื่องยนต์หลักที่เผชิญความท้าทาย

ภาคการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของ GDP ไทย การหดตัวที่คาดการณ์ไว้จึงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ

Quick Win
(3-6 เดือน)
ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
(ระยะยาว)
เศรษฐกิจดิจิทัล
(เครื่องยนต์ใหม่)

รัฐบาลมุ่งเน้นมาตรการระยะสั้นเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น ควบคู่กับการลงทุนขนาดใหญ่และผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน


วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทย (SET Index)

SET Index YTD: -19.15%

แม้จะปิดบวกเล็กน้อยที่ 1,140.63 จุด (+0.76%) เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. แต่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปียังคงติดลบหนัก สะท้อนความท้าทายที่ตลาดเผชิญ

กรอบแนวรับ-แนวต้านทางเทคนิค

ดัชนีคาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบ นักลงทุนควรจับตาระดับสำคัญเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

แนวรับ: 1,120 - 1,130
แนวต้าน: 1,150 - 1,160

กระแสเงินทุนต่างชาติ (5 มิ.ย.)

Fund Flow มีสัญญาณผสม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น แต่กลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร

ตลาดหุ้น

-115.73 ลบ.

ตลาดพันธบัตร

+ ซื้อสุทธิ

อย่างไรก็ตาม ยังมีความคาดหวังว่าเงินทุนจะไหลกลับในช่วงครึ่งปีหลัง จาก Valuation ที่น่าสนใจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ


กลยุทธ์การลงทุน: "Selective Buy"

ในภาวะที่ตลาดผันผวนและยังขาดทิศทางที่ชัดเจน การเลือกซื้อหุ้นรายตัว (Selective Buy) ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม

🛡️ สำหรับนักลงทุนรับความเสี่ยงต่ำ (Defensive)

เน้นหุ้นพื้นฐานดี มีรายได้หลักจากในประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

  • 🏥 กลุ่มโรงพยาบาล
  • 🛒 กลุ่มค้าปลีก
  • 💡 กลุ่มสาธารณูปโภคและโทรคมนาคม
  • 💰 หุ้นปันผลสูง (>5%)

🚀 สำหรับนักลงทุนรับความเสี่ยงสูง (Cyclical)

พิจารณาหุ้นที่คาดว่าจะฟื้นตัวเร็วหากปัจจัยภายนอกดีขึ้น หรือได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการภาครัฐ

  • 🏭 กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
  • ✈️ กลุ่มท่าอากาศยาน
  • 🏨 กลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว
  • 🚢 กลุ่มเดินเรือ