กลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุน 100,000 บาท

เฟ้นหาโอกาสท่ามกลางความท้าทายของตลาดทุนไทยและตลาดโลก

ภาพรวมเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนปี 2568

ประมาณการ GDP ไทยทั้งปี

1.8%

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ยังเปิดโอกาสในการลงทุนแบบคัดเลือก (Selective Investment)

ส่งออกไทย Q1/2568

+13.8%

แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบางภาคส่วน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับนักลงทุน

กลยุทธ์จัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง

สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตในประเทศและโอกาสการลงทุนในตลาดโลก

การผสมผสานนี้ช่วยให้พอร์ตมีจุดยึดที่มั่นคงในตลาดไทย ควบคู่ไปกับการแสวงหาผลตอบแทนจากการเติบโตของเทคโนโลยีโลกและตลาดเกิดใหม่

เจาะตลาดโลกผ่าน DRs (ลงทุน 40,000 บาท)

QQQM19

อ้างอิง: Invesco NASDAQ 100 ETF (สหรัฐฯ)

ลงทุนใน 100 บริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำของสหรัฐฯ กระจายความเสี่ยงสู่การเติบโตระดับโลกได้ในหลักทรัพย์เดียว

🌎 เข้าถึงผู้นำเทคโนโลยีโลก

E1VFVN3001

อ้างอิง: DCVFMVN30 ETF (เวียดนาม)

เปิดประตูสู่ตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านหุ้นชั้นนำ 30 บริษัทของเวียดนาม

📈 โอกาสเติบโตในตลาดเกิดใหม่

คัด 3 หุ้นเด่นในไทย (ลงทุน 60,000 บาท)

MINT

กลุ่ม: ท่องเที่ยวและอาหาร

ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมพอร์ตธุรกิจอาหารที่แข็งแกร่งช่วยกระจายความเสี่ยง

✈️ ราคาเป้าหมายเฉลี่ย: 31-37 บาท

CPALL

กลุ่ม: ค้าปลีก

ผู้นำตลาดร้านสะดวกซื้อที่มีลักษณะเป็นหุ้นเชิงรับ (Defensive) ความต้องการสินค้าจำเป็นค่อนข้างคงที่และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

🛒 P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

BH

กลุ่ม: การแพทย์

โรงพยาบาลชั้นนำที่เน้นลูกค้าระดับบนและผู้ป่วยต่างชาติ ได้รับปัจจัยหนุนจากสังคมสูงวัยและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

🏥 ปันผลคาดการณ์ ~3.64%

เปรียบเทียบหลักทรัพย์ที่แนะนำ

ศักยภาพการเติบโต (Upside) ของหุ้นไทย

จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์

มิติการลงทุน 5 ด้าน

เปรียบเทียบคุณลักษณะสำคัญของทั้ง 5 หลักทรัพย์

สรุปแผนปฏิบัติการ: จัดสรรเงิน 100,000 บาท

100,000 บาท

QQQM19

20,000 บาท

E1VFVN3001

20,000 บาท

MINT

20,000 บาท

CPALL

20,000 บาท

BH

20,000 บาท