แก่นปรัชญาเหนือกาลเวลา
ธรรมชาติมนุษย์
ความโลภ ความกลัว และความหวัง ไม่เคยเปลี่ยน ทำให้รูปแบบราคาเกิดซ้ำ
ตลาดถูกเสมอ
ยอมรับคำตัดสินของตลาดผ่านราคา อย่าดื้อรั้นกับความคิดเห็นของตัวเอง
พลังของการอดทน
กำไรก้อนโตมาจากการ "อยู่นิ่งๆ" ในสถานะที่ถูกต้อง ไม่ใช่การซื้อขายตลอดเวลา
การเก็งกำไรคือธุรกิจ
ต้องอาศัยการศึกษา จดบันทึก และทดสอบสมมติฐานอย่างมีวินัย
กฎการเข้าสู่สนามรบ
ตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว
กฎข้อแรกและสำคัญที่สุด อย่ามีความหวังกับสถานะที่ขาดทุน
ปล่อยให้กำไรเติบโต
เมื่ออยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง จงอดทนเพื่อทำกำไรก้อนใหญ่
ห้ามถัวเฉลี่ยขาลง
อย่าโยนเงินดีตามเงินเลวเด็ดขาด
ซื้อเพิ่มแบบพีระมิด
เพิ่มขนาดการลงทุนเมื่อสถานะของคุณทำกำไรแล้วเท่านั้น
มุ่งเน้นหุ้นผู้นำตลาด
ลงทุนในหุ้นที่ดีที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งที่สุด
เก็บเงินสดสำรอง
ถอนกำไร 50% ออกมาเก็บไว้เสมอ เพื่อความอยู่รอดและโอกาสครั้งใหม่
4 กับดักทางจิตวิทยาที่ต้องระวัง
ความหวัง (ฝั่งขาดทุน)
การภาวนาให้หุ้นที่ขาดทุนกลับมา คือการละเมิดกฎข้อแรกและร้ายแรงที่สุด
ความกลัว (ฝั่งกำไร)
การรีบขายทำกำไรเล็กน้อยเพราะกลัวกำไรหาย ทำให้พลาด "กำไรก้อนใหญ่" ไป
ความโลภ (Overtrading)
ความต้องการที่จะเทรดตลอดเวลา คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้เงินทุนลดลงโดยไม่จำเป็น
ข่าววงใน (Tips)
การเชื่อคนอื่นแทนที่จะวิเคราะห์ด้วยตัวเอง คือหนทางสู่ความพินาศ
ข้อถกเถียงครั้งใหญ่: Livermore vs VI
ลิเวอร์มอร์ (เก็งกำไร)
- ▶ หน่วยวิเคราะห์: ราคาและแนวโน้ม
- ▶ ความได้เปรียบ: การจับจังหวะตลาด
- ▶ เวลา: ระยะกลาง (สัปดาห์-เดือน)
- ▶ จุดซื้อ: เมื่อราคาทะลุแนวต้าน (Pivotal Point)
- ▶ มุมมองต่อขาดทุน: ต้นทุนทางธุรกิจ, ต้องตัดทิ้งทันที
VI ไทย (เน้นคุณค่า)
- ▶ หน่วยวิเคราะห์: ธุรกิจและมูลค่า
- ▶ ความได้เปรียบ: การประเมินมูลค่าธุรกิจ
- ▶ เวลา: ระยะยาว (หลายปี)
- ▶ จุดซื้อ: เมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
- ▶ มุมมองต่อขาดทุน: อาจเป็นโอกาสซื้อเพิ่มถ้าพื้นฐานไม่เปลี่ยน
ความท้าทายในตลาดหุ้นไทย
ผลทดสอบย้อนหลัง (Backtest) กลยุทธ์ตามแนวโน้ม (Trend-Following) กับ SET50 Index Futures ชี้ว่าประสิทธิภาพลดลงอย่างมีนัยสำคัญในสภาวะตลาด Sideways ยุคใหม่
ประสิทธิภาพลดลงกว่า 80%
สะท้อนความยากในการใช้กลยุทธ์ตามแนวโน้มแบบดั้งเดิมในตลาดปัจจุบัน
ทางออก: นักลงทุนลูกผสม (Hybrid)
การปรับใช้หลักการของลิเวอร์มอร์ให้ได้ผลในปัจจุบัน คือการผสมผสานจุดแข็งของแต่ละแนวทางเพื่อสร้างระบบที่เหมาะกับตัวเองและสภาวะตลาด
คัดเลือกหุ้นพื้นฐานดีเยี่ยม
ใช้แนวทาง VI วิเคราะห์งบการเงิน, ความได้เปรียบทางการแข่งขัน, และธรรมาภิบาล เพื่อสร้าง Watchlist หุ้น "เกรด A"
รอจังหวะทางเทคนิค
เฝ้าดูหุ้นใน Watchlist ใช้หลักการ Livermore รอการสร้างฐานราคา และเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุ "Pivotal Point" พร้อมวอลุ่ม
กลยุทธ์ที่สมบูรณ์และแข็งแกร่ง
ได้ทั้ง "What to Buy" จากการวิเคราะห์พื้นฐาน และ "When to Buy" จากการจับจังหวะทางเทคนิค ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
สร้างห้องสมุดนักลงทุน
ระดับ 1: แก่นแท้ลิเวอร์มอร์
- กลยุทธ์เก็งกำไรอย่างเซียนหุ้น
- บันทึกลับตำนานเซียนหุ้น
ระดับ 2: รากฐานตลาดไทย
- ตีแตก (ดร. นิเวศน์)
- คัมภีร์หุ้น (โสภณ)
- เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน (กวี)
ระดับ 3: ปรมาจารย์โลก
- One Up On Wall Street (ปีเตอร์ ลินช์)
- หนังสือโดย Mark Minervini & William O'Neil